
หากใครที่โดนคนร้าย Blackmail มาไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ให้ตั้งสติและทำตามขั้นตอนนี้ เริ่มจากตัวเราต้องตั้งสติให้ได้ อย่าคิดว่าเราตกเป็นเบี้ยล่างของคนร้าย แต่ให้คิดว่า จะรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุดอย่างไร
จากนั้นให้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่คนร้ายข่มขู่รีดไถ ไม่ว่าช่องทางใดก็ตาม ให้เห็นชัดเจนว่าใครเป็นคนเผยแพร่ ส่วนใครที่นำไปแชร์ต่อ ก็ให้เก็บหลักฐานไว้ด้วย เพราะมีความผิดทั้งคนโพสต์และแชร์
หากเป็นการข่มขู่เรียกทรัพย์สินทางโทรศัพท์ ให้บันทึกเสียงตอนถูกข่มขู่ไว้ แต่ถ้าเจอกันตัวต่อตัว ต้องหาพยาน หรือหาทางบันทึกเสียงหรือภาพไว้
ให้ท่องไว้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจร การจ่ายเงินหรือยอมทำตามไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะมีโอกาสสูงที่คนร้ายจะมารีดไถต่อเนื่องไม่รู้จบ หากคนร้ายขู่ว่า จะปล่อยข้อมูลลับออกไปก็ไม่ต้องสนใจ เพราะยิ่งเผยแพร่ ยิ่งทำให้ตำรวจตามตัวได้ง่ายขึ้น ยับยั้งได้ง่ายขึ้น
ซึ่งพฤติการณ์ของคนร้ายเหล่านี้ มีความผิดทั้งกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และยังเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกกระทง
จากนั้นให้นำพยานหลักฐานทั้งหมด ไปแจ้งความกับสถานีตำรวจท้องที่คุณผู้ชมถูกข่มขู่ เช่น ส่งข้อความมาขณะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน ก็ไปแจ้งสถานีในพื้นที่ หรือจะไปแจ้งความด้วยตัวเอง ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท.
สำหรับวิธีป้องกัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวก Blackmail คือ การไม่ถ่ายภาพหรือคลิปลับส่วนตัว ไม่ว่าจะพึงพอใจ รักใคร่ เชื่อใจกันขนาดไหน อย่ายอมให้ถ่ายภาพลับที่จะก่อให้เกิดความเสียหายเด็ดขาด รวมถึงการถ่ายภาพลับส่วนตัวเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ เพราะต่อให้ลบทิ้งแล้ว ก็คนร้ายก็อาจกู้ข้อมูลขึ้นมาได้ หรือหากโทรศัพท์หาย เสียส่งซ่อม ร้านซ่อมก็ใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลได้ แล้วนำมา Blackmail ภายหลังได้ แม้จะใส่รหัสผ่านหลายชั้นก็ตาม
"รหัสผ่าน" - Google News
September 24, 2020 at 10:51AM
https://ift.tt/33TQcyz
เตือนภัย ทำอย่างไรเมื่อถูก Blackmail - ช่อง 7
"รหัสผ่าน" - Google News
https://ift.tt/3gN8iru
No comments:
Post a Comment